รวมสมุนไพรรักษาโรคสัตว์

รวมสมุนไพรรักษาโรคสัตว์
3 สุดยอดสมุนไพร สำหรับเลี้ยงสัตว์ รักษาโรคสัตว์

สมุนไพรรักษาโรคสัตว์

สัตว์เลี้ยสุดแสนน่ารักของเรา ไม่ว่าจะเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน หรือแม้แต่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่าย สุขภาพของเจ้าสัตว์ตัวน้อยของเราก็มีความสำคัญครับ ดังนั้นแล้ว เราควรใส่ใจป้องกัน และรักษาสุขภาพของเขาไว้แต่เนิ่นๆ จะได้อยู่กับเราได้นานๆ วันนี้ขอนำเสนอสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาใช้รักษา และป้องกันโรคสัตว์ ที่เราๆ ต่างรู้จักกันดี แต่อาจยังไม่รู้สรรพคุณหรือประโยชน์เท่าใดนัก 3 สมุนไพรแนะนำ มีดังนี้ครับ

1.ขมิ้นชัน สมุนไพรรักษาโรคสัตว์

ขมิ้นชัน สมุนไพรรักษาโรคสัตว์
สรรพคุณทางยาสมุนไพร
มีฤทธิ์ลดการอักเสบ รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา
ใช้รักษาโรคลําไส้อักเสบ
ลดจํานวนเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร
ใช้รักษาโรคบิดมูกเลือดในลูกสุกร โรคติดเชื้อในลําไส้ไก่
ใช้รักษาแผล ฝี หนอง
ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง
ไม่มีการตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

เหง้าขมิ้น ใช้ตําผสมกับพลูคลุกกับปูนกินหมาก ใช้รักษาแผลให้ช้างทั้งแผลสด แผลมีหนองและกันแมลงบริเวณแผล ผู้เลี้ยงไก่ชนใช้ขมิ้นกับสมุนไพรอื่นๆ เช่นส่วนผสมของสมุนไพรที่ใช้ต้มเป็นนํ้ายาสมุนไพรอาบให้ไก่ชนประกอบด้วย ใบมะขาม ใบส้มป่อย ไม้ฤาษีผสม ใบคุระ ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ไม้กระดูกไก่ เปลือกไม้โอน ต้มรวมกันในนํ้าเดือด นํานํ้าที่ต้มได้มาอาบให้ไก่ชนเพื่อให้ไก่มีหนังเหนียว ไม่ฉีกง่ายเวลาโดนจิกหรือตี หรือสูตรแก้ไก่เป็นหวัด บิด ท้องเสีย จะใช้ขมิ้นชัน 7 กรัม ผสมฟ้าทะลายโจร 144 กรัม ไพล 29 กรัม บดผสมอาหารลูกไก่ 100 กิโลกรัม

2. กวาวเครือ สมุนไพรรักษาโรคสัตว์

กวาวเครือแดง สมุนไพรรักษาโรคสัตว์
สรรพคุณทางยาสมุนไพร


มีการศึกษาการใช้กวาว เครือในสุกร โดยนํากวาวเครือบดแห้งมาผสมอาหารในอัตราส่วน 20 กรัมต่ออาหาร 100 กิโลกรัม ให้สุกรนํ้าหนัก 30-100 กิโลกรัมกินนาน 2.5-3 เดือน พบว่าสุกรทั้งเพศผู้และเพศเมียมีการเจริญเติบโตดีขึ้น สุกรที่กินกวาวเครือมีการกินอาหารได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินและช่วยชะลอการ เป็นสัด เมื่อหยุดให้กวาวเครือ 1.5-2 เดือน สุกรตัวเมียกลับมาเป็นสัดตามปกติและสามารถผสมพันธ์ให้ลูกได้ การทดลองในสุกรเพศผู้เมื่อให้กินกวาวเครือผสมอาหารขนาด 20 กรัมต่ออาหาร 100 กิโลกรัม ปรากฏว่าให้เนื้อแดงสูง มีการเจริญเติบโตดีขึ้น

3.ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรรักษาโรคสัตว์

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรรักษาโรคสัตว์
สรรพคุณทางยาสมุนไพร

แก้หวัด ทอนซิลอักเสบ มีการทดลองนําฟ้าทะลายโจร ขมิ้นและไพลมาผสมอาหารให้ไก่กินในอัตราส่วน 50-75 กรัมต่ออาหาร 3 กิโลกรัม พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคต่างๆในสัตว์ได้เป็นอย่างดี
สรรพคุณในการรักษา
ฟ้าทะลายโจร แก้โรคท้องร่วงในไก่
ฟ้าทะลายโจรแก้ไข้ในสัตว์
ฟ้าทลายโจรแก้โรคขี้ขาวในไก่
ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ
ลดการอักเสบ
สร้างภูมิต้านทาน
ลดไข้ บรรเทาอาการหวัด

ตำลึง สมุนไพรลดไข้ แก้โรคเบาหวาน

  ตำลึง : สมุนไพรแก้อักเสบ ลดไข้ แก้โรคเบาหวาน

ตำลึงสมุนไพรแก้อักเสบ แก้เบหวาน
สมุนไพรแก้โรคเบาหวาน

ลักษณะทั่วไป เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเล็ก เกลี้ยง เลื้อยพาดพันธุ์ไม้อื่นโดยมีมือเลื้อยเกาะ เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียเขตร้อน และแอฟริกาเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝน และมีความชื้นพอเพียง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด โดยใช้ลำต้นหรือเถาในการปักชำ

ส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร
ราก 
นำมาต้มกินเป็นยาเย็น เป็นสมุนไพรลดไข้ ถอนพิษ และแก้อาเจียน เผาเป็นเถ้าใช้ทาแผล ผงของเปลือกรากรับประทานเป็นยาระบาย
ลำต้นหรือเถา 
ใช้น้ำยางจากต้นเป็นยาเย็น เป็นสมุนไพรช่วยดับพิษ ใช้หยอดตา แก้อักเสบ ผสมกับน้ำคั้นจากว่านน้ำใช้ดื่มแก้อาการวิงเวียน มึนงง และลดไข้
ใบ 
มีรสเย็น ใบของเพศผู้ใช้ผสมเป็นยาเขียว เป็นสมุนไพรช่วยลดไข้ ทาถอนพิษ ขับเสมหะ แก้คัน แก้ปวดแสบปวดร้อน
ดอก 
 มีรสเย็น โขลกเป็นยาทาแก้คัน เป็นสมุนไพรแก้ไข้ทั้งปวง ใช้หยอดตาแก้ริดสีดวงตาได้อีกด้วย
ผล 
รสเย็น ใช้เป็นสมุนไพรแก้ไข้หอบ ไข้อีเสา และแก้ฝีดาษ
ทั้งต้น 
มีรสเย็น เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคผิวหนัง โรคเบาหวาน แก้หลอดลมอักเสบ และลดระดับน้ำตาลในเลือด

ปริมาณที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

1.ใช้เป็นยาสมุนไพร แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษร้อนในลำคอ ให้ใช้รากตำลังประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำสะอาด 500 ซีซี เคี่ยวให้เหลือ 250 ซีซี ดื่ม

2.ใช้เป็นยาสมุนไพร แก้โรคเบาหวาน โดยใช้ข้อรากของตำลึงฝนกับน้ำสะอาด หรือใช้เถายาวประมาณ 2-3 ฟุต สับเป็นท่อนๆ ผสมน้ำให้ท่วมต้มและเคี่ยวประมาณ 30 นาที แล้วกรองเอาน้ำดื่ม เช้า – เย็น ติดต่อกัน 7 – 10 วัน จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด

3.ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาอาการแพ้ อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย เช่น ยุงกัด ถูกตัวบุ้ง หรือใบตำแย แพ้ละอองข้าว ให้ใช้ใบสด 1 กำมือล้างน้ำให้สะอาด โขลกให้ละเอียดผสมกับน้ำเล็กน้อยแล้วคั้นน้ำจากใบ เอามาทาบริเวณที่มีอาการ พอแห้งแล้วทาซ้ำบ่อยๆ จนกว่าจะหาย

ชะอม: สมุนไพรที่นำมาใช้แทนผงชูรสได้

ชะอม: สมุนไพรช่วยขับลม  นำมาใช้แทนผงชูรสได้
ผักสมุนไพร
ชะอม สมุนไพรที่นำมาใช้แทนผงชูรสได้
ชะอม สมุนไพรที่นำมาใช้แทนผงชูรสได้

ลักษณะทั่วไป เป็นพืชเถา ทรงพุ่มขนาดย่อม กิ่งเลื้อย ลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมอยู่ทั่วไป ลำต้นขาวและมีกลิ่นเหม็นเขียว ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ลักษณะใบรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบ มีสีเขียว ดอกออกคล้ายดอกกระถิน ซอกใบมีสีขาวนวลหรือขาว เกสรตัวผู้เป็นเส้นฝอย ชะอมเป็นไม้โตเร็ว ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด แม้แต่ดินที่ไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์ และทนแล้งได้ดี สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยการตอน เพาะเมล็ด หรือปักชำ

ส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร

ราก 
เป็นยาสมุนไพรแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ แก้อาการปวดเสียวในท้อง

เปลือกต้น 
นำมาบดผสมกับสะเดา ฟ้าทะลายโจร เป็นยาสมุนไพรใช้ขับพยาธิ ต้มเอาน้ำดื่มเป็นยาขับลม นอกจากนี้เปลือกยังใช้แทนผงชูรสได้อีกด้วย

ข้อควรระวังเกี่ยวกับสมุนไพร
สำหรับสตรีที่มีบุตรแรกเกิด ไม่ควรรับประทานเพราะจะทำให้น้ำนมแห้ง

ชะพลู: สมุนไพรช่วยขับเสมหะ แก้ดีซ่าน

ชะพลู: สมุนไพรช่วยขับเสมหะ แก้ดีซ่าน ช่วยให้เจริญอาหาร

ผักสมุนไพรไทย

"ชะพลู" สมุนไพรช่วยขับเสมหะ ลักษณะทั่วไป เป็นพืชล้มลุก มี 2 ชนิดด้วยกันคือ ชนิดที่หนึ่งเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ต้นเตี้ย สูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นข้อๆ อีกชนิดเป็นเถาลักษณะลำต้นทอดคลานไปตามดิน ลำต้นมีสีเขียวทั้งสองชนิด
ชะพลูเป็นพืชที่ชอบขึ้นตามที่ลุ่มต่ำและแฉะ ข้างลำธาร เจริญเติบโตได้เร็ว ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้นที่มีข้อ 3 – 5 ข้อ หรือใช้ไหลปลูก

ชะพลู: สมุนไพรช่วยขับเสมหะ แก้ดีซ่าน
ส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร

ราก 
รสเผ็ดร้อน ใช้เป็นสมุนไพรแก้คูณเสมหะ บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ ทำให้เสมหะงวด ขับเสมหะใต้ตกทางทวารหนัก

ลำต้น 
ใช้เป็นยาสมุนไพรขับเสมหะ แก้เสมหะในทรวงอก แก้จุกเสียด รักษาอุระเสมหะ

ดอก  
ใช้เป็นยาสมุนไพรขับลมในลำไส้ แก้คอเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง ช่วยย่อยอาหาร

ใบ 
 เป็นสมุนไพรช่วยเจริญอาหาร ขับเสมหะ ทำให้เสมหะงวด เลือดลมซ่านดีนักแล

ปริมาณที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

1.ใช้เป็นยาสมุนไพร แก้ดีซ่าน ให้ใช้ทั้งต้น 3 กำมือ (100 กรัม) ใส่น้ำพอท่วมต้มให้เดือดนาน 10 นาที ดื่มขณะที่ยังอุ่นอยู่ ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ 1 แก้ว

2.ใช้เป็นยาสมุนไพร ช่วยขับลม โดยใช้ราก 10 – 15 กรัม นำมาโขลกผสมน้ำแล้วกรองดื่ม

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสมุนไพร

ชะพลู 100 กรัมจะมีออกซาเลต 691 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่สูง จึงไม่ควรรับประทานมาก เพราะจะทำให้เวียนศีรษะได้ และไม่ควรรับประทานประจำ

*หากร่างกายมีการสะสมออกซาเลต(Oxalate) ในปริมาณที่สูง จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้*

งา: สมุนไพรบำรุงกำลัง บำรุงผิว รักษาหูด


งา: สมุนไพรบำรุงกำลัง บำรุงผิว รักษาหูด

สมุนไพรไทย

ลักษณะทั่วไป เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก สูงประมาณ 60 – 120 เซนติเมตร ลำต้นมีกลิ่นฉุน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่สลับ ปลายใบแหลมหรือค่อนข้างมน ลัษณะดอกจะออกดอกเดี่ยว ตามซอกใบ โดยแตกออกรอบๆลำต้น ดอกมีสีขาวหรืออมม่วงมีประแต้มด้วยสีเหลือง ผลเป็นฝักลักษณะรูปทรงกระบอกหรือแบนขนาดเท่ากับนิ้วก้อย มีเมล็ดจำนวนมาก สีขาวอมเหลือง

"งา" สมุนไพรบำรุงกำลัง เป็นไม้กลางแจ้ง มีถิ่นกำเนิดแถวเอเชีย ประเทศไทยนิยมปลูกมากในภาคเหนือ นิยมปลูกช่วงต้นฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน

งา: สมุนไพรบำรุงกำลัง บำรุงผิว รักษาหูด

ส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร

เมล็ด 
มีรสหวานอมขมเล็กน้อย ในเมล็ดงาจะมีไขมันชนิดต่างๆ เช่นพวก stearic acid,oleic acid เมื่อบริโภคไปในร่างกายแล้วจะเป็นตัวหล่อลื่น เป็นยาระบายอ่อนๆ เป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายอบอุ่นสุขภาพดี
น้ำมันงา ใช้เป็นสมุนไพรทาผิวหนังให้ความนุ่มนวล และผิวหนังชุ่มชื้น ป้องกันผิวแตกได้อีกด้วย

ดอกงา 
ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาหูด

ปริมาณที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

1.ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาหูด โดยใช้ดอกงาที่เก็บในตอนเช้าตอนยังมีน้ำค้างอยู่ ประมาณ 5 – 7 ดอก มาถูบริเวณที่เป็นหูดวันละ 3 ครั้ง ภายใน 7 – 10 วันจะเห็นผล หรือถ้าใช้ดอกงาแห้งประมาณ 7 – 10 ดอกนำมาแช่น้ำนาน 10 นาที ต้มในน้ำ 2 แก้ว ให้เดือดแล้วเคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 ส่วนกรองเอาแต่น้ำ ทาบริเวณที่เป็นหูดประจำ ประมาณ 10 วัน หูดจะหลุดออกเอง

2.ใช้เป็นยาสมุนไพรบำรุงกำลังและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยรับประทานเมล็ดงาคั่ววันละ 1 – 2 ช้อนชากับอาหารที่บริโภคเป็นประจำ หรืออาจจะใช้น้ำมันงาเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารก็ได้

ขึ้นฉ่าย:สมุนไพรช่วยคุมกำเนิด ช่วยลดความดัน


ขึ้นฉ่าย: สมุนไพร ช่วยคุมกำเนิด ช่วยลดความดันโลหิตได้

สมุนไพรไทย
ขึ้นฉ่าย:สมุนไพรช่วยคุมกำเนิด ช่วยลดความดัน
ขึ้นฉ่าย สมุนไพรช่วยลดความดัน  เป็นพืชล้มลุก มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะ ลำต้นและใบคล้ายผักชี แต่ใบจะใหญ่กว่า มีด้วยกันสองชนิดคือ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Cerely) ลักษณะลำต้นอวบใหญ่ สีขาวเหลืองสูงประมาณ 40 – 60 ซม. และขึ้นฉ่ายจีน (Chinese cerely) ลักษณะลำต้นเล็ก สูง 30 ซม. สีเขียวเข้ม ทั้งต้นจะอ่อนนิ่ม ลักษณะใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงข้ามกัน ขอบใบหยัก ออกดอกเป็นช่อซี่ร่มซ้อนกัน ดอกมีสีขาวขนาดเล็ก ผลมีลักษณะเล็กมาก เป็นสันมีสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด เป็นพืชพื้นเมืองของชาวยุโรป เติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ เช่นริมคลอง หรือริมตลิ่ง สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้น หรือด้วยการหว่านเมล็ด

ส่วนที่นำมาทำเป็นยาสมุนไพร

ทั้งต้น  
รสเผื่อนปร่า เป็นยาสมุนไพร มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ช่วยขับลมขับปัสสาวะ เป็นยาดับร้อน บำรุงสมอง ลดอาการปวดข้อ ช่วยคุมกำเนิดโดยมีฤทธิ์ที่สามารถปริมาณการสร้างอสุจิได้
ใบ 
รสมันปร่า  เป็นยาสมุนไพรที่ใช้เป็นยาระงับอาการปวด ช่วยขับลม และน้ำมันที่สกัดออกมาจากเมล็ดช่วยสงบปรสาท
ราก 
รสเผื่อน เป็นยาสมุนไพรรักษาอาการปวดตามข้อ เกาต์ เป็นยาบำรุง ช่วยขับปัสสาวะ ใช้ประกอบอาหารเพื่อดับคาวปลาและเนื้อโดยใส่ในหม้อต้มน้ำซุป

ปริมาณที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

1.ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาอาการความดันโลหิตสูง ให้รับประทานก้านใบ ๔ ก้านต่อวัน ทุกๆวัน ความดันโลหิตสูงจะค่อยๆ ลดลงเป็นปกติ

2.ใช้เป็นยาสมุนไพร ระงับอาการปวด ให้ใช้ใบสดประมาณ 15 – 20 ใบ นำมารับประทาน หรือคั้นเอาน้ำดื่ม

3.ใช้เป็นยาสมุนไพร โดยใช้ก้านใบ และใบ ในการแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง แต่งกลิ่นอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวาน

ข้อควรรู้เกื่ยวกับสมุนไพร

สำหรับคนที่มีความดันโลหิตยังปกติอยู่ แต่เริ่มจะสูงขึ้นควรทดลองเริ่มรับประทานวันละ 4 – 5 ก้านต่อวัน โดยบอกแพทย์ที่รักษาให้ทราบ เพื่อตรวจวัดความดันดูว่าจะควบคุมระดับให้ลดลงโดยไม่ต้องใช้ยาได้หรือไม่ และยังมีรายงานว่าการรับประทานขึ้นฉ่ายในปริมาณมาก และติดต่อกันหลายวัน จะมีผลให้ตัวอสุจิลดลงถึงร้อยละ 50 ซึ่งเป็นการคุมกำเนิดโดยใช้สมุนไพรด้วยวิธีธรรมชาติแบบชั่วคราวอีกวิธีหนึ่ง แต่ต้องใช้ร่วมกับการคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นด้วย  แต่เมื่อหยุดรับประทานเชื้ออสุจิก็จะมีจำนวนเท่าเดิมตามปกติ

ขี้เหล็ก: สมุนไพรแก้นิ่ว ลดความดัน

ขี้เหล็ก: สมุนไพรแก้นิ่ว ลดความดัน ดองกับสุราดื่มก่อนนอน แก้อาการนอนไม่หลับ

สมุนไพรไทย
ขี้เหล็ก: สมุนไพรแก้นิ่ว ลดความดัน
ขี้เหล็ก สมุนไพรช่วยลดความดัน  เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูงประมาณ 5 – 15 เมตร  เรือนยอดเป็นพุ่มแคบทึบสีเขียวเข้ม เปลือกต้นมีสีน้ำตาล หรือสีเทาปนน้ำตาล  ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงตรงข้าม แผ่นใบเรียบสีเขียวเข้ม มีใบย่อยประมาณ 7 – 12 คู่   จะออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะขนาดใหญ่ ออกช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยประมาณ 10 – 20 ดอก  ลักษณะผล เป็นผักแบนอวบ ยาว และหนาสีน้ำตาล ฝักแห้งจะแตกออกเป็น 2 ซี่ คล้ายฝักแค มีเมล็ดประมาณ 10 – 30 เมล็ดต่อฝัก มีสีน้ำตาลคล้ำขี้เหล็กเป็นไม้โตเร็ว ทนแล้งได้ดี ควรปลูกในฤดูฝน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

ราก  ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาแผลกามโรค แก้ไข้กลับ ไข้ช้ำ แก้ไข้ ช่วยระงับอาการชัก

เปลือกต้น  เป็นยาสมุนไพร แก้ริดสีดวงทวาร แก้กระษัย

กระพี้  เป็นยาสมุนไพร แก้กระษัยเส้นเอ็น ถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน กระสับกระส่าย

แก่น  เป็นยาสมุนไพร แก้กามโรค หนองในเข้าข้อออกดอก แผลฝี ขับน้ำคาวปลา ถ่ายพิษ แก้กระษัย ขับโลหิต แก้เหน็บชา แก้อาการท้องผูก ใช้เป็นยาระบายชนิดกระตุ้นลำใส้ใหญ่ให้บีบตัวแก้ไฟธาตุพิการ

ใบ  ใช้เป็นยาสมุนไพร แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ถ่ายกระษัย ถ่ายพิษไข้ พิษเสมหะ แก้สะอึก บำรุงโลหิต ลดความดัน ดับพิษโลหิต ดองกับสุราดื่มก่อนนอน แก้อาการนอนไม่หลับ แก้โรคกำเดา แก้พยาธิ แก้บิด พอกฝีมะม่วง

ดอก  เป็นยาระบาย ต้มรับประทานเป็นยาทำให้นอนหลับ ลดความดันโลหิต แก้หืด ล้างศีรษะแก้รังแค แก้โรคประสาท ดอกตูมเป็นยาทำให้นอนหลับ ใช้ดอกตูมร่วมกับใบที่ไม่แก่จัดรักษาอาการนอนไม่หลับ เจริญอาหาร อาการตื่นเต้นทางประสาท

เปลือกผล หรือเปลือกฝัก  เป็นยาสมุนไพรแก้เส้นเอ็นตึง (ทุกส่วนของลำต้น ถ่ายพิษกระษัย พิษเสมหะ พิษไข้ แก้พิษทั้งปวง ถ่ายเส้น

ปริมาณที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

1.ใช้เป็นยาสมุนไพร เป็นยาระบาย โดยใช้ใบอ่อน 2 – 3 กำมือ หรือแก่นขนาดยาวชิ้นละ 2 องคุลี (ขนาด 4 – 6 ซม.) 3-4 ชิ้น ต้มกับน้ำ 1-1.5 ถ้วย เติมเกลือเล็กน้อย กรองเอาน้ำดื่มตอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว

2.ใช้เป็นยาสมุนไพร แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหาร โดยใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม หรือใช้ใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาแต่น้ำ ดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 2 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ แล้วกรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก ดื่มครั้งละ 1 – 2 ช้อนชาก่อนนอน

3.ใช้เป็นยาสมุนไพร แก้อาการท้องผูก โดยใช้แก่นขี้เหล็กประมาณ 1 กอบ (50 กรัม) หรือทั้ง 5 ส่วนประมาณ 4 – 5 กำมือ (20-25 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่มก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน

ข้อควรระวังเกี่ยวกับสมุนไพร

- หากใช้เป็นยาช่วยให้นอนหลับ ไม่ควรต้มเพราะจะทำให้สารที่ออกฤทธิ์ละลายน้ำ
- ห้ามใช้กับคนที่เป็นความดันโลหิตสูง
- สมุนไพรจำพวกนี้ให้ใช้ขณะที่มีอาการท้องผูก ห้ามใช้เป็นประจำเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก และ  ควรจะรับประทานยาสมุนไพรก่อนนอน

ขมิ้นอ้อย: สมุนไพรแก้ตกเลือด ขับปัสสาวะ

ขมิ้นอ้อย: สมุนไพรแก้ตกเลือด ขับปัสสาวะ เป็นยาฟอกเลือดบำรุงกำลัง

สมุนไพรไทย
ขมิ้นอ้อย: สมุนไพรแก้ตกเลือด ขับปัสสาวะ
ขมิ้นอ้อย สมุนไพรช่วยขับปัสสาวะ  เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน เป็นเหง้าหัวหรือแง่งขนาดใหญ่ และยาวกว่าขมิ้นธรรมดา บางหัวมีรูปร่างดั่งหัวเผือกแต่ลักษณะรูปรีกว่า เนื้อในหัวสีเหลือง ต้นคล้ายขมิ้นชันแต่จะสูงกว่าใบ เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายใบยาวคล้ายหาง โค้งงอและบิดตัว ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด มีใบประดับดอกสีเขียวปนขาวเรียงซ้อนกันเป็นชั้นหรือช่อ  ขมิ้นอ้อยเป็นพืชที่ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และต้องการความชื้นสูง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ปลูกได้ในดินร่วนทั่วไป ในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือย่างเข้าฤดูฝน แต่ไม่ควรให้น้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยเหง้าหรือการแยกหน่อ
ส่วนที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

เหง้าหัว  เป็นยาสมุนไพร โดยใช้ผสมในยาระบายให้มีฤทธิ์ระบายน้อยลง สมานแผล ใช้ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับปัสสาวะ แก้ระดูขาว รักษาลำไส้ แก้ท้องมาน บรรเทาอาการช้ำบวม แก้เคล็ดขัดยอก เป็นยาฟอกเลือดบำรุงกำลัง แก้ท้องร่วง อาเจียน แก้ไข้ แก้ไข้เมื่อโลหิตกำเริบ แก้ไข้ซาง แก้ฝี ริดสีดวง แก้ตกเลือด รักษาอาการเป็นหวัด

ใบ  เป็นยาสมุนไพร ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการบวมช้ำ

ปริมาณที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

1.ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาอาการบวม ฟกช้ำ ให้ใช้ขมิ้นอ้อยสด นำมาโขลกให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณที่ปวดบวมหรือฟกช้ำ

2.ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาอาการท้องร่วง ให้ใช้หัวขมิ้นอ้อยสด ขนาด 2 แว่น หรือ 5 กรัม มาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใส แล้วกรองเอาแต่น้ำ ดื่ม 2 – 3 ครั้ง

3.ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาแผล โดยใช้หัวขมิ้นอ้อย 20 – 50 กรัม หุงในน้ำมันมะพร้าว 1 แก้ว เคี่ยวให้เหลือหนึ่งในสามส่วน ใช้ทาบริเวณที่เป็นแผล ซึ่งขมิ้นอ้อยมีฤทธิสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น

โทษทางสมุนไพร
หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ บางรายอาจมีอาการแพ้ขมิ้น เช่น คลื่นใส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ  หากมีอาการดังกล่าวให้หยุดใช้ทันที