สมุนไพรไทย


พลับพลึงแดง สมุนไพรไม้ประดับ

http://ban-samoonprai.blogspot.com
 อีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่ผ่านสายตามานาน เคยเห็น แต่ก็ไม่เคยรู้จัก จนกระทั่งได้อ่านเจอในเอกสารประกอบการเรียนรู้เกี่ยวกับ “สมุนไพรไทย”  ที่ห้องสมุดใกล้บ้าน ถึงได้รู้ชื่อและสรรพคุณของสมุนไพรใกล้ตัวชนิดนี้ เลยต้องขอนำมาบอกเล่าให้ฟังในวันนี้ครับ
สำหรับสมุนไพรที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่า พลับพลึงแดง” จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่มากด้วยสรรพคุณทางยา ลักษณะใบจะออกเป็นรูปหอก  มีสีเขียวขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ช่วงโคนจะห่อหุ้มเป็นเปลือกของลำต้น เมื่อต้นโตพอจะให้ดอกได้ ดอกจะออกเป็นช่อใหญ่มีก้านชูขึ้นจากกลางกอ  ช่อหนึ่งๆจะมีตั้งแต่ 15 ถึง 30 ดอกในแต่ละดอกจะมี 6 กลีบ เรียวยาว เมื่อบานเต็มที่จะงองุ้มเข้าหาก้านดอก ตรงกลางมีเกสร กลีบด้านล่างของดอกจะมีสีแดงเข้มหรือแดงเลือดหมู ดอกมีกลิ่นหอม และจะออกปีละครั้งช่วงปลายฤดูฝน นิยมขยายพันธุ์โดยการแยกหน่ออ่อนไปปลูก เป็นทั้งสมุนไพรและไม้ประดับที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนซุย มีความชื้นค่อนข้างมากครับ

สรรพคุณทางด้านสมุนไพร
“พลับพลึงแดง”  นอกจากจะให้ดอกสวยงามแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรตั้งแต่ราก หัว ใบ และเมล็ด สามารถนำไปเป็นยาได้ทุกส่วน เช่น
- เมล็ด ใช้เป็นสมุนไพรช่วยขับประจำเดือน และบำรุงกำลัง
- ใบ ใช้พันแก้อาการฟกช้ำ แก้เคล็ด ขัดยอก ซึ่งจะถอนพิษได้ดี
- หัว มีสรรพคุณบำรุงกำลัง  ช่วยขับเสมหะเป็นยาระบาย
- ราก ใช้ตำพอกแผลทำให้แผลหายเร็วได้

สมุนไพรไทย



ต้นตะเคียน: สมุนไพรแก้ปวดฟันรักษาอาการอักเสบ

http://ban-samoonprai.blogspot.com
 “ต้นตะเคียน”  จัดว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นสูงประมาณ 20-30 เมตร ลักษณะใบจะเป็นรูปหอก เปลือกหนา ดอกจะออกเป็นช่อยาวๆสีขาวตามง่ามใบและปลายกิ่ง ผลเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่ เป็นไม้เนื้อแข้งที่สวยงามและทนปลวกได้ดี คนสมัยโบราณนิยมนำต้นตะเคียนมาทำเป็นเสาเอกของบ้าน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลของบ้าน หรือไม่ก็มักจะนำมาเจาะทำเป็นเรือ หรือทำสะพานและหมอนรางรถไฟ แต่ก็มีความเชื่อในทางที่น่ากลัวเกี่ยวกับต้นตะเคียน ที่เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาค่อนข้างมาก หากแต่ว่า “ต้นตะเคียน”  ไม่ได้เป็นต้นไม้อาถรรภ์หรือเป็นต้นไม้ที่น่ากลัวอย่างที่เราคิดเสมอไป เพราะจากเอกสารการแพทย์แผนโบราณระบุว่า “ต้นตะเคียน”เป็นต้นไม้สมุนไพรที่มีสรรพคุณอย่างมาก นำมารักษาโรคได้หลากหลาย อาทิ เช่น

สรรคุณทางด้านสมุนไพร
- เปลือก ใช้เป็นสมุนไพรรักษาอาการปวดฟัน รักษาแผลเรื้อรัง แก้อักเสบ และห้ามเลือด
- แก่น ใช้เป็นสมุนไพรแก้โลหิตและกำเดา ช่วยขับเสมหะ
- เนื้อไม้ ใช้เป็นสมุนไพรรักษาอาการท้องร่วง สมานแผล แก้เสมหะและเลือดกำเดาไหล
- ดอก ใช้ผสมยาทิพย์เกสร
- ยาง ใช้เป็นสมุนไพรรักษาแผล บรรเทาอาการเจ็บปวด แก้ท้องเสีย รักษาแผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวกได้

ทองอุไร



ทองอุไร: สมุนไพรรักษาเบาหวาน

http://ban-samoonprai.blogspot.com
สมุนไพรไทย

“ทองอุไร” หรือ “ดอกสร้อยทอง”  สมุนไพรและไม้ประดับที่มากด้วยคุณค่าความงดงาม ช่อดอกเหลืองอร่าม เป็นที่สะดุดสายตาและสะกดใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนัก นอกจากสีสันของดอกที่ดูสวยงามแล้ว ยังมากด้วยสรรพคุณทางยา เป็นอีกหนึ่งของฝากที่ผมอยากจะแนะนำให้รู้จักในบทความนี้
“ทองอุไร”  มีชื่อสามัญว่า  Yellow elder   Yellow bells  Trumpet vine  Trumpet bush  Trumpetower ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ  Tecoma stans ( L. ) Kunth จัดอยู่ในวงศ์ Bignoniaceaeเป็นไม้ประดับและสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ในแถบหมู่เกาะอินดีสตะวันตก เป็นพุ่มไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นเล็กตั้งตรง แผ่กิ่งด้านบนเป็นพุ่มกลม โปร่ง ไม่ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลมถึงรูปไข่ ใบ เป็นใบประกอบแบบแขนนกสองชั้น กว้าง 14-16 เซนติเมตร ยาว 20-30 เซนติเมตร ใบย่อย 5-11 คู่ เรียงตรงข้าม ลักษณะใบเป็นใบรูปหอกหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาด กว้าง 2.5-3 เซนติเมตร ยาว 5-6 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจักฟันซี่ แผ่นใบบาง ผิวใบด้านบนสีเขียวสด  ก้านใบยาว 9-12 เซนติเมตร มีดอกสีเหลืองสด ออกเป็นช่อ แบบช่อกระจะแยกแขนงที่ปลายกิ่ง  ก้านช่อดอกยาว 7-11 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก ปลายแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร ดอกร่วงง่าย ออกดอกเดือนกรกฎาคม- กันยายน ส่วนฝักและผล เป็นฝักกลม เรียวเล็ก 12-14 เซนติเมตร เมล็ดแบนบาง  สีน้ำตาลอ่อน มีปีก นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือจะตอนกิ่งก็ได้ เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่น่าปลูกสะสมไว้ เพราะสามารถเติบโตได้ดีในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย และเติบโตได้ดีในดินร่วนทุกชนิด เช่นเดียวกัน ชอบความชื้นปานกลาง ดินมีการระบายน้ำได้ดี และชอบแสงแดดจัดตลอดวัน
สรรพคุณทางสมุนไพร  จากข้อมูลการศึกษาวิจัยในหลายๆประเทศพบว่า“ทองอุไร”  ใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน และโรคเกี่ยวกับปัญหาทางเดินอาหารได้